Friday, April 28, 2017

เปิดใจ 'น้องโรส บ้านเจริญสุข' ดอกไม้เหล็กแห่งศึกยอดมวยไทยรัฐ

หนึ่งในนักชกที่เรียกรอยยิ้มและความประทับจากแฟนมวยขาประจำของ "ศึกยอดมวยไทยรัฐ" ได้อย่างเด่นชัด แน่นอนว่าต้องมีชื่อของนักมวยหน้าสวย เจ้าของฉายา "เข่าดอกไม้เหล็ก" หรือ น้องโรส บ้านเจริญสุข รวมอยู่ด้วย...

และในโอกาสที่ น้องโรส จะกลับมาขึ้นสังเวียนอีกครั้ง เพื่อชิงเข็มขัดอันทรงเกียรติในรุ่นซูเปอร์ฟลายเวต 115 ปอนด์ วันเสาร์นี้ ทีมข่าวกีฬาไทยรัฐออนไลน์ จะพาไปทำความรู้จักในที่มา มุมมอง แง่คิด และตัวตนของนักมวยหน้าสวยจากเมืองพิมาย โคราช กันในหลายมุมสำหรับ น้องโรส บ้านเจริญสุข นักมวยหน้าสวยที่เพิ่งพ้นวัยเกณฑ์ทหารรายนี้ เดิมเป็นชาวอำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งสาวน้อยจากโคราชหลานย่าโมรายนี้ มีสายเลือดของนักสู้อยู่อย่างเต็มเปี่ยม แม้จะดูหุ่นบอบบาง แต่เมื่อถึงคราวต้องเผดียงศึกบนสังเวียน ก็สามารถสวมบทโหดสาดแข้งแทงเข่าคู่ต่อสู้ ชนิดไม่เคยกลัวใคร
ส่วนจุดเริ่มต้นของความสวยแกร่งนั้น น้องโรส เผยว่า เริ่มเมื่ออายุประมาณ 8 ขวบ เพราะมีญาติเป็นนักมวยอยู่แล้ว ทำให้ได้มีโอกาสซึมซับบรรยากาศ และถ้าจะถามว่าตกหลุมรักกีฬาชนิดนี้เข้าเต็มเปาตอนไหน ก็คือตอน 3 ปีหลังจากนั้น เพราะมีแรงจูงใจคือการอยากหาเงินแบ่งเบาภาระพ่อแม่นั่นเอง
และถึงแม้ว่ามวยไทย จะเป็นกีฬาที่มีการปะทะกันอย่างหนักหน่วง รุนแรง ซึ่งอาจก่อให้เกิดบาดแผลตามใบหน้าได้ง่ายนั้น น้องโรส เปิดใจยอมรับแบบเขินๆ ว่า ตอนแรกก็ค่อนข้างกลัวเหมือนกัน แต่เมื่อได้มีโอกาสซ้อมและขึ้นชกจนบ่อยครั้งเข้า ความกลัวเหล่านั้นก็ค่อยๆ หายไปเองแน่นอนว่าการขึ้นชกแต่ละครั้ง นอกจากฝีมือและอาวุธเด็ดของแต่ละคนที่สามารถพกพาขึ้นไปประลองบนสนามแล้ว กำลังใจก็เป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญสำหรับการชก น้องโรส เผยว่าส่วนตัว มีเครื่องรางของขลังที่อยู่ข้างกายมาโดยตลอดคือ มงคลมวยสวมศีรษะของทางค่าย ที่เก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งช่วยให้ฮึกเหิมขึ้นกว่าเดิมเมื่อต้องขึ้นไปบู๊กับคู่ชกบนสังเวียน
เมื่อถูกถามถึงการขึ้นชกครั้งไหน ที่อยู่ในความทรงจำของนักชกหน้าสวยรายนี้ เจ้าตัวตอบว่าเป็นการชกเมื่อหลายปีก่อนที่ จ.เพชรบุรี ซึ่งถึงแม้จะเสียเปรียบคู่ต่อสู้ไปก่อนในช่วงแรก แต่ก็สามารถกลับมเอาชนะได้อย่างสะใจ โดยการน็อกในยกที่ 3 ด้วยอาวุธเด็ดของตัวเองส่วนวันสบายๆ เมื่อไม่มีโปรแกรมซ้อมหรือขึ้นชกนั้น น้องโรส มักพาเพื่อนสนิทหรือคนรู้ใจ ไปเที่ยวพักผ่อนด้วยการดูหนัง โดยหนังที่ชอบดูส่วนใหญ่จะแนวรักโรแมนติก หรือหนังตลกขบขันที่เบาสมอง แต่จะไม่ชอบดูหนังผีสยดสยองอย่างเด็ดขาด เพราะเป็นคนกลัวผี ส่วนนักร้องที่ทำให้เธอชื่นชอบและรักเข้าขั้นแฟนพันธุ์แท้ คือ จ๊ะ อาร์สยาม และ เบิ้ล ปทุมราชสุดท้ายเมื่อถูกถามว่า วางแผนอนาคตในการค้ากำปั้นบนสังเวียนไว้อย่างไรบ้าง น้องโรส เผยว่าอาจจะยืนอยู่บนสังเวียนผืนผ้าใบต่อไปอีกเพียงแค่ 3 ปีเท่านั้น ก่อนที่จะตัดสินใจอนาคตของตัวเองอีกครั้งว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป
สำหรับใครที่ชื่นชอบในสไตล์การชกของนักมวยหน้าสวยรายนี้ อย่าลืมส่งแรงใจเชียร์ "น้องโรส บ้านเจริญสุข" ในการขึ้นชกชิงเข็มขัดรุ่นซูเปอร์ฟลายเวต 115 ปอนด์ ของเวทีมวยไทยรัฐ กับ "บังรอน สายันต์ยิมส์" ในวันเสาร์ที่ 29 เมษายนนี้ ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป.

'ปู' สวน 'บิ๊กตู่' จำนำข้าวช่วยชาวนา ฉะซื้อเรือดำน้ำสร้างหนี้ 10 ปี

"ยิ่งลักษณ์" สวน "ประยุทธ์" จำนำข้าวสร้างชีวิตชาวนา เย้ยอยู่มาสามปีไม่มีปัญญาแก้ ศก.จวกราคาสินค้าเกษตรตกต่ำยังซื้อรถถังเรือดำน้ำ จี้สตง.-ป.ป.ช.สอบเข้มอย่าเลือกปฏิบัติ เมื่อวันที่ 27 เม.ย.60 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์เฟซบุ๊กว่า ตามที่ ครม.มีมติให้จัดซื้อเรือดำน้ำ โดยใช้วาระลับไม่เปิดโอกาสให้ตรวจสอบการใช้จ่ายเงินงบประมาณ ในขณะที่ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ รวมถึงเป็นภาระหนี้ให้กับรัฐบาลถัดๆ ไปนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ก็ได้ออกมากล่าวหาถึงโครงการรับจำนำข้าวว่า ทำให้รัฐสูญเสียงบประมาณจำนวนมาก ต้องผ่อนชำระชดใช้หนี้ ถือเป็นการให้ร้ายต่อรัฐบาลตน โดยหากกล่าวหาว่าโครงการรับจำนำข้าวทำให้ประเทศเสียหาย ก็น่าจะเทียบได้กับการจัดซื้อรถถังและเรือดำน้ำ แถมยังมีแผนจะจัดซื้อเพิ่มเติมในอนาคต
ทั้งนี้ขอยืนยันว่าโครงการรับจำนำข้าว เป็นการนำเงินทุกบาททุกสตางค์โอนเงินผ่าน ธ.ก.ส.จ่ายถึงมือชาวนาโดยตรง ชาวนามีโอกาสลืมตาอ้าปากเศรษฐกิจดีขึ้น แต่วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์บริหารประเทศมาถึง 3 ปี แล้วยังพบปัญหาเศรษฐกิจที่ต้องแก้ไขถึงขั้นจะยกเลิกโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค และปัญหาราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ แต่กลับใช้เงินงบประมาณไปกับการซื้อรถถัง เรือดำน้ำทั้งที่อ่าวไทยนั้นตื้นเขิน และประเทศก็อยู่ในสภาวะปกติที่ยังไม่มีภัยคุกคาม หรือแม้แต่ข้ออ้างของการจัดซื้อเพื่อใช้ดูแลทรัพยากรชายฝั่งก็คงไม่จำเป็นที่ต้องใช้เรือที่มีราคาแพงขนาดนี้ อย่างนี้ไม่รู้ว่าหัวหน้าฝ่ายบริหารเลือกที่จะให้น้ำหนักความมั่นคง หรือปากท้องของประชาชนกันแน่

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ระบุต่อว่า จึงหวังว่าหน่วยงานทั้ง สตง.และ ป.ป.ช. จะไม่ละเลยอำนาจหน้าที่ตามที่รัฐธรรมนูญให้อำนาจไว้ โดยเข้ามาตรวจสอบให้เข้มข้น เหมือนกับที่เคยทำกับรัฐบาลพลเรือนในอดีตโดยไม่เลือกปฏิบัติ และมีความเท่าเทียมกัน และไม่ควรมีการอ้างเรื่องชั้นความลับของทางราชการแต่อย่างใด เพราะหลายครั้งที่ผ่านมาก็มีข้อคิดเห็นหรือทักท้วงข้อเสนอแนะมาโดยตลอด ทั้งทางเทคนิคด้านประสิทธิภาพ ความเหมาะสมกับการใช้งานในการดูแลความมั่นคง รวมถึงภาระหนี้ที่จะเกิดถึงในอีก 10 ปี ข้างหน้าด้วย

วัดแสนยานุภาพกองทัพโสมแดง-มะกัน ใครได้เปรียบหากเกิดสงคราม

สถานการณ์โลกโดยเฉพาะที่คาบสมุทรเกาหลีกำลังตึงเครียด หลังจากรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เริ่มแสดงท่าทีไม่อยากใช้ไม้อ่อนอย่างการคว่ำบาตรเพื่อลงโทษเกาหลีเหนือ ที่ยังคงสานต่อความทะเยอทะยานในโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธ ฝ่าฝืนมติสหประชาชาติและไม่สนเสียงเตือนของนานาประเทศ อีกต่อไปทั้งการขู่ว่า การใช้กำลังทหารเป็นหนึ่งในเรื่องที่พวกเขากำลังพิจารณาก็ดี หรือการส่งกองเรือรบนำโดยเรือบรรทุกเครื่องบินและเรือดำน้ำไปยังคาบสมุทรเกาหลีก็ดี ยิ่งทำให้เกิดความวิตกกังวลว่าจะเกิดสงครามขึ้นในภูมิภาคแห่งนี้หรือไม่ แม้หากคิดตามหลักเหตุผลแล้ว ทรัมป์ ไม่น่าที่จะเปิดฉากโจมตีเกาหลีเหนือจริงๆ ก็ตาม แต่ด้วยความที่เขาเป็นคนที่คาดเดาไม่ได้ ทำให้อะไรๆ ก็ไม่แน่นอน

แต่ในกรณีที่เกิดสงครามขึ้นมาจริงๆ ไม่ว่าใครก็คงเดาได้ว่า สหรัฐฯ ซึ่งเป็นประเทศที่ลงทุนงบประมาณทางทหารมากที่สุดในโลก ชนิดที่งบประมาณกองทัพของ 9 ในจาก 10 ประเทศอันดับท็อปรวมกันยังไม่เท่าสหรัฐฯ เลย แล้วเกาหลีเหนือจะเอาอะไรไปสู้ ซึ่งในวันนี้ไทยรัฐออนไลน์ จะพาท่านผู้อ่านไปดูว่า กองทัพเกาหลีเหนือและสหรัฐฯ ดีอะไรบ้างเกาหลีเหนือเผยโฉมขีปนาวุธข้ามทวีป แทโพดอง ในงานพาเหรดวันครบรอบ 60 ปีกองทัพประชาชนเมื่อปี 2013กองทัพเกาหลีเหนือกองทัพเกาหลีเหนือมีชื่อว่า กองทัพประชาชนเกาหลี (เคพีเอ) มี คิม จอง-อึน เป็นผู้บัญชาการสูงสุดและประธานคณะกรรมาธิการทหารกลาง แบ่งออกเป็น 4 เหล่าทัพคือ กองทัพบก, กองทัพเรือ, กองทัพอากาศ, กองทัพยุทธศาสตร์ขีปนาวุธ มีทหารประจำการทั้งสิ้นประมาณ 1,190,000 นาย มากเป็นอันดับ 4 ของโลก รองจากจีน, สหรัฐอเมริกา และอินเดีย แต่ยังมี กองกำลังเรดการ์ด (Red Guards) กองกำลังกึ่งทหาร ที่มีกำลังพลมากสุดในโลกที่ 5,889,000 คน หรือเกิน 20% ของประชากรทั้งประเทศ

ตามรายงานประจำเป็นเกี่ยวกับขีดความสามารถทางทหารเกาหลีเหนือของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่า กองทัพบกของเกาหลีเหนือมีรถถัง 4,200 คัน, รถหุ้มเกราะ 2,200 คัน, ปืนใหญ่ 8,600 กระบอก, ปืนครกประมาณ 10,000 กระบอก และเครื่องยิงจรวดแบบหลายลำกล้องอีกมากกว่า 4,800 เครื่อง ปัจจุบัน เกาหลีเหนือมีรถถังหลักในครอบครองนับสิบรุ่น โดยส่วนใหญ่ผลิตโดยอดีตสหภาพโซเวียตและจีน เช่นรุ่น ไทป์ 59 และ ที-55 ที่มีประจำการกว่า 2,000 คัน แต่ก็มีรถถังหลักที่ดัดแปลงและพัฒนาเองเช่นรถถัง ชอนมา-โฮ ซึ่งผลิตมาประมาณ 1,000 คัน และรถถัง ป็อคปุง-โฮ ซึ่งใช้งานจนถึงปี 2010 นอกจากนี้ ยังมีรถถังเบาอีกอย่างน้อย 3 รุ่น คือ พีที-76, ไทป์ 63 และ พีที-85 กองทัพบกยังมีอาวุธต่อต้านรถถังและอากาศยานอีกหลายรุ่น เช่น เครื่องยิงจรวดอาร์พีจี 2, อาร์พีจี 7, มิซไซล์นำวิถึต่อต้านรถถึง เอที-1 ถึง เอที-5 และเอที-7, ปืนใหญ่ต่อต้านอากาศยาน ซีเอสยู-57-2 เป็นต้น แต่ไม่มีใครทราบจำนวนที่แน่ชัด

เกาหลีเหนือแพร่ภาพการฝึกซ้อมยิงขีปนาวุธจากเรือดำน้ำเมื่อปี 2016ส่วนกองทัพเรือ ตามข้อมูลที่มีการเปิดเผยออกมาในปี 2008 กองทัพเรือเกาหลีเหนือมีเรือประมาณ 810 ลำ แบ่งเป็นเรือยกพลขึ้นบกหลากหลายประเภทจำนวน 456 ลำ เรือฟริเกต 3 ลำ, เรือคอร์เวตต์ 4 ลำ, เรือต่อต้านทุ่นระเบิด 30 ลำ, เรือมิสไซล์ต่อต้านเรือรบ 30 ลำ, เรือตอร์ปีโด 247 ลำ และเรือลาดตระเวนอีก 191 ลำ เกาหลีเหนือยังมีเรือดำน้ำอีกประมาณ 70 ลำ เป็น เรือดำน้ำชั้นโรมีโอ (หนัก 1,800 ตัน) 20 ลำ, เรือดำน้ำชั้น ซัง-โอ (300 ตัน) 40 ลด และเรือดำน้ำขนาดเล็กหนักราว 100 ตัน อีก 10 ลำ

อย่างไรก็ตาม หลังจากเกิดอุบัติเหตุระหว่างการซ้อมรบในทะเลญี่ปุ่นเมื่อปี 2013 เกาหลีเหนือก็พยายามพัฒนาแสนยานุภาพทางทะเลของพวกเขา โดยหลักฐานจากภาพถ่ายดาวเทียมต่างๆ จนถึงตอนนี้ แสดงให้เห็นว่า เกาหลีเหนือมีเรือชั้นใหม่ๆ ปรากฏออกมามากมาย แต่ไม่มีการยืนยันจากทางรัฐบาลเปียงยาง ขณะที่เกาหลีใต้ ซึ่งยังคงอยู่ในภาวะสงครามกับเกาหลีเหนือ ระบุว่า ประเทศปิดแห่งนี้ได้สร้างเรือยกพลขึ้นบกความเร็วสูงชื่อว่า วีเอสวี (Very Slender Vessel) ขึ้นมา โดยมีความเร็วสูงถึง 96 กม./ชม. ยิ่งกว่านั้น เกาหลีเหนือยังอัพเกรดอาวุธบนเรือของพวกเขา เช่นในปี 2014 รัฐบาลเปียงยางเผยแพร่วิดีโอการยิงจรวดร่อน เคเอช-35 ของรัสเซีย จากเรือลาดตระเวณ เอสอีเอส ของพวกเขาด้วย ในปีเดียวกัน ภาพถ่ายดาวเทียมยังเผยให้เห็นเรือดำน้ำชั้น นงโก ที่มีความยาวถึง 67 ม. ยาวที่สุดที่เกาหลีเหนือเคยสร้างขึ้นมา เรือลำนี้ยังถูกใช้ในการสังเกตการณ์การทดสอบมิสไซล์ เคเอ็น-11 ในทะเลเมื่อปี 2015 ด้วย

เกาหลีเหนือมีเครื่องบิน มิก-23 ของโซเวียต (ล่าง) กับ เฉิงตู เจ-7 ของจีนรวมกว่า 200 ลำกองทัพอากาศเป็นเหล่าทัพที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของเกาหลีเหนือรองจากกองทัพบก มีอากาศยานรุ่นต่างๆ ประจำการประมาณ 1,059 ลำ แบ่งเป็น เครื่องบินรบ 661 ลำ, เครื่องบินลำเลียง 1 ลำ (อันโตนอฟ เอเอ็น-2), เฮลิคอปเตอร์ 232 ลำ เครื่องบินฝึกซ้อม 165 ลำ ส่วนใหญ่ผลิตหรือมีต้นแบบมาจากจีนและโซเวียต พวกเขายังมีโดรนสอดแนมอีกกว่า 300 ลำ และโดรนโจมตีอีก 10 ลำด้วย แต่สื่อเกาหลีใต้รายงานว่า รัฐบาลเปียงยางยังไม่เชี่ยวชาญเทคโนโลยีการติดตั้งอาวุธบนโดรน

ในส่วนของยุทโธปกรณ์ มิสไซล์บนเครื่องบินของเกาหลีเหนือทั้งหมดที่ต้นกำเนิดจากโซเวียต โดยมีมิสไซล์อากาศสู่อากาศนับพันลูก ส่วนใหญ่เป็น เค-13 มิสไซลระยะใกล้นำวิถึด้วยอินฟาเรดของโซเวียต และมิสไซล์ระยะกลาง อาร์-23 ซึ่งศักยภาพใกล้เคียงกับมิสไซล์ เอไอเอ็ม-7 สแปร์โรว์ ของสหรัฐฯ เกาหลีเหนือยังมีจรวดภาคพื้นสู่อากาศ (แซม) เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะ เครื่องยิงจรวดประทับบ่า เอสเอ-7 มีถึง 4,000 เครื่อง และมิสไซล์ระบบป้องกันทางอากาศพิสัยสูง เอส-27 ดีวินา ของโซเวียต อีก 1,950 ลูก ด้านขีปนาวุธและนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ พวกเขาใช้ขีปนาวุธภาคพื้นสู่ภาคพื้นที่ออกแบบโดยโซเวียตและจีน รวมทั้งที่ผลิตขึ้นเองภายในประเทศ เกาหลีเหนือมีขีดความสามารถในการยิงขีปนาวุธจาก 4 สถานที่คือ จากไซโล, จากแท่นยิง, จากเครื่องยิงเคลื่อนที่ และจากเรือหรือเรือดำน้ำ ขีปนาวุธที่เกาหลีเหนือครอบครองส่วนใหญ่เป็นขีปนาวุธพิสัยใกล้ แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เกาหลีเหนือทดสอบยิงขีปนาวุธมากมาย รวมทั้งขีปนาวุธ โรดอง ที่พัฒนามาจากจรวดสกั๊ด มีพิสัยทำการราว 900-1,500 กม.

คาดกันว่าในเกาหลีเหนือมีขีปนาวุธ โรดอง ประมาณ 50-200 ลูก โดย โรดอง เป็นขีปนาวุธที่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนระบุว่า เป็นจรวดชนิดเดียวของเกาหลีเหนือ ที่สามารถติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์ได้ (หากมีจริง) เนื่องจากประสบความสำเร็จในการทดสอบยิงหลายครั้ง ส่วนขีปนาวุธพิสัยไกล แทโพดอง 1 และ 2 ซึ่งมีพิสัยทำการ 2,500 กม. และ 6,000-10,000 กม. ยังอยู่ในขั้นของการจัดแสดงเทคโนโลยี ยังไม่มีการนำมาใช้จริงหรือประจำการในกองทัพ นอกจากนี้ ยังมีความเป็นไปได้ว่า เกาหลีเหนือครอบครองอาวุธเคมีเอาไว้เป็นจำนวนมาก รวมทั้งสารอันตรายอย่าง แก๊สซาริน และแก๊ซวีเอ็กซ์ แต่ไม่มีใครรู้ข้อมูลในเรื่องนี้มากนัก

เรือพิฆาตติดตามเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส คาร์ล วินสัน ของสหรัฐฯกองทัพสหรัฐฯกองทัพสหรัฐฯ ชาติมหาอำนาจเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก แบ่งเป็น 5 หน่วยงานคือ กองทัพบก, กองทัพเรือ, กองทัพอากาศ, นาวิกโยธิน และหน่วยยามฝั่ง มีทหารประจำการทั้งหมด 1,301,300 นาย มากเป็นอันดับ 2 ของโลก และมีกำลังสำรองอีกกว่า 800,000 นาย มีฐานทัพอยู่ในประเทศต่างๆ มากว่า 800 แห่งกองทัพสหรัฐฯ ยังมีกองทัพอากาศที่ใหญ่ที่สุดในโลก ส่วนกองทัพอากาศที่ใหญ่ที่สุดลำดับ 2 ของโลกคือกองกำลังทางอากาศของกองทัพเรือสหรัฐฯ และนาวิกโยธินสหรัฐฯ รวมกัน

สหรัฐฯ มีรถถังหลักที่ยังใช้อยู่ในทุกหน่วยประมาณ 8,848 คัน โดยเป็นรถถัง ‘เอ็ม 1 อับรามส์’ รุ่นต่างๆ ขณะที่มีรถหุ้มเกราะหนักราวๆ 41,062 คัน ส่วนรถหุ้มเกราะเบาเช่นรถฮัมวีมีมากกว่า 260,000 คัน มีปืนใหญ่เคลื่อนที่ ประมาณ 2,341 คัน มีเครื่องยิงจรวดต่อต้านอากาศยานเคลื่อนที่ราว 2,130 เครื่องในจำนวนนี้เป็นระบบต่อต้านอากาศพิกัดสูงหรือ ทาด (THAAD) แบบที่ส่งไปเกาหลีใต้ 24 เครื่อง นอกจากนี้ยังมียานพาหนะอื่นๆ เช่นยานพาหนะต่อสู้ไรัพลขับอีกหลายแบบด้วยรถถัง เอ็ม 1 อับรามส์ ของสหรัฐฯ

ส่วนขุมกำลังทางน้ำ สหรัฐฯ มีเรือรบมากกว่า 440 ลำ ในจำนวนนี้เป็นเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น นิมิตซ์ 10 ลำ ส่วนเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น เจอรัลด์ อาร์. ฟอร์ด 1 ลำกำลังรอประจำการ อีก 2 ลำกำลังอยู่ระหว่างการสร้าง และมีแผนสร้างเพิ่มอีก 10 ลำในอนาคต นอกจากนี้ยังมีเรือครุยเซอร์ 22 ลำ เรือพิฆาต 63 ลำ ขณะที่มีเรือดำน้ำชั้นต่างๆ อีก 73 ลำ ในจำนวนนี้ 14 ลำเป็นเรือดำน้ำติดตั้งขีปนาวุธ ด้านแสนยานุภาพทางอากาศของสหรัฐฯ ตามข้อมูลที่สหรัฐฯ เปิดเผยออกมาในปี 2015 พวกเขามีเครื่องบินรถประจำการอยู่มากกว่า 5,137 ลำ ซึ่งรวมไปถึง เครื่องบินจู่โจมภาคพื้น เอ-10ซี (291 ลำ) ซึ่งจะถูกแทนที่ด้วยเครื่องบิน เอฟ-35 ในปี 2028, เครื่องบินทิ้งระเบิด บี-1บี แลนเซอร์ หรือ บี-52เอช สตราโตฟอร์เทรส และเครื่องบินขับไล่ เอฟ-16 (957 ลำ มากที่สุดในกองทัพอากาศสหรัฐฯ) เป็นต้น

นอกจากนั้น สหรัฐฯ ยังมีขีปนาวุธข้ามทวีป 406 ลูก โดยมีขีปนาวุธชื่อว่า ‘แอลจีเอ็ม-30 มินิทแมน’ ( LGM-30 Minuteman) ซึ่งมีขีดความสามารถในการบรรทุกหัวรบนิวเคลียร์ได้ถึง 3 ลูก และยิงได้ไกลถึง 13,000 กม. เป็นขีปนาวุธยิงจากฐานภาถพื้นเพียงชนิดเดียวของประเทศ สหรัฐฯ ยังมีดาวเทียมทหารอีก 63 ดวงด้วย เมื่อ 26 เม.ย. ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ทดสอบยิงขีปนาวุธข้ามทวีป มินิทแมน 3 โดยไม่ติดตั้งหัวรบ จากฐานทัพอากาศวานเดนเบิร์กสงครามจะเกิดจริงหรือ?

ข้อมูลข้างต้นเป็นเพียงข้อมูลคร่าวๆ ไม่มีการเจาะลึกไปยังรายละเอียดด้านขีดความสามารถของอาวุธยุทโธปกรณ์ แต่เพียงตัวเลขจำนวนอาวุธ ก็เห็นได้ชัดแล้วว่า สหรัฐฯ มีความพร้อมกว่ามากหากเกิดสงครามขึ้นจริงๆ อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเชื่อว่าทั้งเกาหลีเหนือ และสหรัฐฯ หรืออย่างน้อยก็ประธานาธิบดีทรัมป์

ไม่ต้องการให้เกิดสงครามขึ้นจริงๆ เนื่องจากประเทศที่จะได้รับผลกระทบโดยตรงหาใช่สหรัฐฯ แต่เป็นเกาหลีใต้และญี่ปุ่นต่างหาก ทั้งยังจะทำให้ความสัมพันธ์กับจีนและรัสเซียที่ปกติก็ไม่ลงรอยกันอยู่แล้ว เลวร้ายลงไปอีก ไม่ต้องพูดถึงเรื่องปัญหาเศรษฐกิจโลกที่จะเกิดขึ้นตามมา หากญี่ปุ่นเกาหลีใต้ ถูกโจมตีด้วย.

Tuesday, April 4, 2017

อ่านด่วน!10ผลไม้กินแล้วผิวสวย

อาหารแต่ละชนิดมีประโยชน์ที่แตกต่างกันออกไป เพราะฉะนั้นเราจึงควรจะเลือกทานอาหารที่มีคุณประโยชน์อย่างเพียงพอและสม่ำเสมอ ยิ่งถ้าเป็นผลไม้ล่ะก็เป็นแหล่งของวิตามินชั้นดีเลยล่ะ วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักประโยชน์ดีๆ ของ 10 ผลไม้ที่ช่วยให้ผิวสวยว่ามีอะไรกันบ้าง ไปดูกันเล้ยยยย..


1. ราสเบอร์รี่
ราสเบอร์รี่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ไฟเบอร์ และวิตามินซี ส่วนประกอบเหล่านี้ช่วยให้คุณรู้สึกสดชื่นและยังดีต่อผิวของคุณช่วยชะลอความแก่
2. แอปเปิ้ล
แอปเปิ้ลมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระมากมายที่ช่วยในการชะลอวัย ช่วยในการควบคุมน้ำหนัก แถมยังมีสารที่ช่วยในการลดอัตราความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง ต้อกระจก และโรคหลอดเลือดหัวใจ อีกด้วย
3. องุ่น
องุ่นอุดมไปด้วย ฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) ซึ่งเหมาะสำหรับผิวและสุขภาพของคุณ และยังมีสารต้านอนุมูลอิสระและคุณสมบัติต้านการอักเสบ นอกเหนือจากนั้นยังช่วยการป้องกันสิวและรอยแผลเป็นจากสิวแผลเป็นจากผิวหนัง อีกทั้งยังมีกรดไฮดรอกซิล ที่ช่วยให้ผิวของคุณเรียบเนียนและไม่มีริ้วรอย
4. มะละกอ
มะละกอมีเส้นใยวิตามินซีและแคลเซียมมากมาย ซึ่งช่วยให้กลไกของร่างกายทำงานได้อย่างราบรื่น นอกจากนั้นยังช่วยในการล้างสารพิษในเลือดและอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ทำให้ผิวเปล่งปลั่ง
5. ลูกพรุน
ลูกพรุนเป็นผลไม้ที่อยู่ในตระกูลลูกเกดมีเส้นใยมาก ช่วยในระบบทางเดินอาหารและล้างสารพิษออก ลูกพรุนเป็นตัวเลือกอาหารเสริมพลังงาน นอกจากนี้เส้นใยที่ละลายน้ำได้ในน้ำพรุนยังช่วยลดน้ำหนักได้อีกด้วย
6. ส้ม
ส้มอุดมไปด้วยวิตามินซี ดีต่อการสร้างคอลลาเจนผิว โดยปกติแล้วเปลือกส้มและน้ำส้มถูกใช้อย่างมากมายในครีมต่อต้านริ้วรอย ช่วยในการกระชับผิว แถมส้มยังอุดมไปด้วยวิตามิน B1ที่ช่วยเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย 7. กล้วย
กล้วยอุดมไปด้วยธาตุเหล็กแมกนีเซียม โพแทสเซียม และวิตามิน A, B และ E ทำให้ผิวนุ่มนวล และยังช่วยรักษาอาการท้องผูก เพราะกล้วยมีเส้นใยและกากอาหาร ซึ่งจะช่วยให้ขับถ่ายได้อย่างปกติ
8. มะม่วง
ผลไม้มีประโยชน์ต่อร่างกายและผิว อุดมด้วยวิตามินเอและสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้ผิวนุ่มนวลและกระชับ นอกจากนี้ยังช่วยในการคืนความยืดหยุ่นของผิว 9. มะนาว
น้ำมะนาวหรือเปลือกของมันนี้เป็นยามหัศจรรย์ในการขจัดสิวและรอยสิว วิตามินซีที่มีอยู่ในมะนาวนี้ยังช่วยในการทำความสะอาดผิวอย่างละเอียด นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติลดน้ำหนักผิวด้วย ซึ่งเป็นเหตุผลที่ใช้ในการรักษาความงามจำนวนมาก 10. กีวี่
กีวี่เป็นอีกหนึ่งในผลไม้ที่มีวิตามินซีใกล้เคียงกับมะนาว ช่วยผลัดเซลล์ผิวใหม่ที่ดูอ่อนเยาว์ ช่วยฟื้นฟูผิวที่บอบบาง และมีวิตามินซีสูงช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนทำให้โครงสร้างผิวมีความแข็งแรง บำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส

10 สุดยอดอาหารที่ "ควรทาน" หลังเบิร์นไขมันทิ้งไป !!

ดื่มน้ำเปล่า

หลังจากที่ได้เบิร์นไขมันกันไปแล้ว สังเกตไหมคะว่าร่างกายของเราจะขับเหงื่อออกมา ออกมาทั้งตัวเลย จะมากหรือน้อยนั้นก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลนะ เจ้าเหงื่อนี่ล่ะ ที่ทำให้ผิวพรรณของเราสูญเสียความชุ่มชื้นไป ไม่ต้องกังวลค่ะ เพียงสาวๆ ดื่มน้ำเปล่า เติมความชุ่มชื้นให้กับร่างกายหลังออกกำลังกายเสร็จ เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว งดแอลกอฮอลล์หรือน้ำอัดลมไปได้เลย...

9. กีวี

สาวๆ รู้กันไหมคะว่า "กีวี" มีสารพัดประโยชน์เลย ไม่ว่าจะเป็นวิตามินต่างๆ โดยเฉพาะวิตามินซีและยังให้โพแทสเซียม นอกจากนี้เจ้ากีวียังมีสารต่อต้านอนุมลอิสระลดการเสี่ยงเป็นมะเร็ง ที่สำคัญนะสาวๆ กีวีนี่แล่ะที่จะช่วยในการซ่อมแซมกล้ามเนื้อต่างๆ ที่ได้รับความเสียหายจากการออกกำลังกาย เป็นอย่างไรคะ..รู้อย่างนี้แล้วก็อย่าลืมทานกันนะ

8. มันเทศ

หากจะหาอาหารที่มีวิตามินหลายๆ อย่างในหนึ่งเดียว ไม่ยากเลยค่ะ ขอแนะนำ "มันเทศ" เพราะมันเทศเป็นศูนย์รวมของวิตามินนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็น วิตามิน B6 , วิตามิน C , วิตามิน D , แมกนีเซียม , โพแทสเซียม และคาร์โบไฮเดรต เหมาะมากเลยที่สาวๆ ทั้งหลายจะเลือกมาทานหลังจากที่เบิร์นไขมันค่ะ

7. สับปะรด

หลังจากที่ได้ออกกำลังกายกันมาแล้ว เชื่อว่าส่วนมากคงจะต้องมีปัญหาเคล็ดขัดยอกหรือบวมช้ำต่างๆ ไม่มากก็น้อย ลองทานสับปะรดกันดูนะคะ เพราะเจ้าสับปะรดจะช่วยในเรื่องรักษาอาการฟกช้ำและเคล็ดขัดยอกได้อย่างดีเลย ที่สำคัญสับปะรดยังมีวิตามินซีสูงมากๆ และยังช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อส่วนที่เสียหายได้อีกด้วย เห็นอย่างนี้แล้วสับปะรดไม่ได้มีแต่เพียงรสเปรี้ยวหรือหวานนะ ยังสารพัดประโยชน์เลย สาวๆ ไม่ควรพลาดเด็ดขาด

6. ถั่วหรือผลไม้อบแห้ง

ทุกครั้งหลังจากที่ออกกำลังกายเสร็จแล้ว สาวๆ หลายคนคงจะมีโมเม้นท์ที่แบบว่าอยากทานอะไรที่เป็นพวกขนมขบเคี้ยวกันไม่มากก็น้อย ลองทานพวกตระกูลถั่วหรือผลไม้อบแห้งกันดูไหคะ...เพราะ 2 อย่างนี้นั้นล้วนมีทั้งโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตที่ร่างกายต้องการและยังสามารถดูดซึมได้อย่างรวดเร็วโดยเฉพาะตระกูลถั่วนอกจากจะมีโปรตีนแล้วยังช่วยในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ให้สาวๆ ได้มีซิกแพคสวยๆ อีกด้วยนะ

5. บลูเบอร์รี่

สาวๆ คนไหนที่ออกกำลังกายอย่างหักโหม รู้ไหมคะว่านี่แล่ะเป็นสาเหตุที่ทำให้ร่างกายอ่อนล้า ปวดเมื่อยไปหมด บางคนถึงกับไม่มีเรี่ยวแรงต้องหยุดพักเป็นอาทิตย์กันเลยก็มี ลองทานบลูเบอร์รี่หลังจากออกกำลังกายกันค่ะ ซึ่งบลูเบอร์รี่จะช่วยในเรื่องของการฟื้นฟูของร่างกายหลังจากที่ออกกำลังกายมาอย่างหนักนอกจากนี้บลูเบอร์รียังจัดว่าเป็นผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงอีกด้วยนะ

4. ปลาแซลมอน

นอกจากจะให้โปรตีนที่ร่างกายต้องการแล้ว "ปลาแซลมอน" ยังมีโอเมก้า 3 ที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้กับร่างกายของเรา ซึ่งจะส่งไปถึงประสิทธิภาพของการทำงานของกล้ามเนื้อในส่วนต่างๆ ของร่างกายได้เป็นอย่างดี รู้อย่างนี้แล้วสาวๆ อย่ารอช้ากันนะ ให้เป็นอีกทางเลือกสำหรับคนดูแลสุขภาพโดยเฉพาะจ้า

3. กล้วย

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า "กล้วย" นั้นมีโภชนาการด้านสารอาหารสูงมาก เพราะมีทั้ง โปรตีน , คาร์โบไฮเดรต , ฟอสฟอรัส , ธาตุเหล็ก , วิตามินเอ รวมไปถึงยังมีแมกนีเซียม ส่วนด้านคาร์โบไฮเดรตที่อยู่ในกล้วยนั้นยังสามารพดูดซึมสารอาหารได้อย่างรวดเร็วซึ่งจะช่วยในการฟื้นฟูร่างกายและช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้ออย่างดีเยี่ยมแหม่..ถือว่าเป็นกล้วยธรรมดาที่ไม่ธรรมดาเลยนะ

2. น้ำส้มคันสด

หลังจากที่ได้สูญเสียเหงื่อกันมาแล้ว นอกจากน้ำเปล่า สาวๆ คะอีกทางเลือกสำหรับเติมความชุ่มชื้นให้กับร่างกายก็ "น้ำส้มคันสด" กันเลยค่ะ เพราะนอกจากจะทำให้ร่างกายของเราสดชื่นแล้ว น้ำส้มคั้นยังมีวิตามินซีสูงอีกด้วย ไม่ต้องพึ่งอาหารเสริมเลย ก็คั้นแล้วดื่มสดๆ นี่ล่ะค่ะ..

1. ไข่

ขอบอกก่อนเลยค่ะว่า "ไข่" เป็นอาหารของคนที่ชื่นชอบออกกำลังกายอย่างมากมาเป็นอันดับ 1 เพราไข่อุดมไปด้วยโปรตีนและคาร์โบไฮเดรต และยังมีโปรตีนสูงแต่แคลอรี่ต่ำ ส่วนใหญ่คนที่กำลังเข้าสู่ช่วงควบคุมน้ำหนักจะเลือกทานไข่กันค่ะ เพราะมีสารอาหารที่ร่างกายต้องการโดยเฉพาะโปรตีน ซึ่งมีประโชยน์ล้วนๆ แนะนำเมนูไข่ต้มและไข่นึ่งเลยจร้า เพราะปราศจากไขมัน.

“เลสเตอร์” เปิดบ้านพบ “ซันเดอร์แลนด์”

ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2016-17 ประจำวันอังคาร 4 เม.ย. 2560 เวลา 01.45 น. “เลสเตอร์ ซิตี้” จะเปิดาวเวอร์ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ “ซันเดอร์แลนด์”


เลสเตอร์ ของ เคร็ก เช็คสเปียร์ ทำทีมชนะ 4 นัดรวดในลีก และ 5 นัดเมื่อนับรวมแชมเปี้ยนส์ ลีก ภายหลังขึ้นคุมทีมแทน เคลาดิโอ รานิเอรี่ อยู่อันดับที่ 13 ของตาราง สภาพทีมต้องขาดผู้ดล่นหลายราย มาร์ค อัลไบรท์ตัน ยังป่วยไข้ และ เวส มอร์แกน เซนเตอร์ฮาล์ฟกัปตันทีม ก็ยังเจ็บ นอกนั้น นัมปาลิส เมนดี้ กองกลางที่เจ็บเข่า ต้องรอเช็กความฟิต และ โมย่า วาเก้ กองหลังตัวใหม่ที่ไหล่หลุด พลาดช่วยทีมซีซั่นนี้แล้วโดยไม่ได้เล่นเกมลีกแม้แต่นัดเดียว โดยตำแหน่งที่หายไปของ เวส มอร์แกน จะถูกแทนที่โดย โยฮัน เบอนาลูยาน เซนเตอร์แบ็กฝรั่งเศส

ส่วนทีมเยือน ซันเดอร์แลนดฺ ของ เดวิด มอยส์ อยู่อันดับที่ 17 ยังมีปัญหาขุมกำลังจนถึงตอนนี้ เกมนี้ขาด วิกเตอร์ อนิเชเบ้, ดันแคน วัตมอร์, แพ็ดดี้ แม็คแนร์, ยาน เคียร์ชโฮฟ, สตีเว่น พีนาร์ และ แพ็ดดี้ แม็คแนร์ ที่มีลุ้นหายกลับมารายเดียวคือ ลี แคทเทอร์โมล กองกลางตัวรับ หายเจ็บสะโพกกลับมานั่งสำรองนัดก่อน มีลุ้นกลับมาเป็นตัวจริงเกมนี้

งงหนัก ปริศนาทำไม? จียอน ห้าม กอล์ฟ เบญจพล แตะตัว

งงหนัก ปริศนาทำไม? จียอน ห้าม กอล์ฟ เบญจพล แตะตัว

ยังคงเป็นปริศนาที่หลายคนอยากรู้ว่าทำไม จียอน นักแสดงสาวสัญชาติเกาหลี ถึงระบุห้าม กอล์ฟ เบญจพล แตะตัว เรื่องนี้จึงไปถามจากเจ้าตัวก็ได้คำตอบว่า... กลายเป็นมหากาพย์ไปแล้วสำหรับประเด็นพฤติกรรมของสาวเกาหลี ซอ จียอน หลังจากถูก พชร์ อานนท์ และ เป็ด เชิญยิ้ม ถอดออกจากงานทั้งหนังและรายการ โดยทาง พชร์ มีการเปิดเผยถึงความเยอะของ จียอน กรณีที่มีคำสั่งจากผู้จัดการดาราสาวสัญชาติเกาหลีว่าห้ามมีฉาก กอล์ฟ เบญจพล เชยอรุณ แตะเนื้อต้องตัว รวมทั้งให้ปรับบทจากที่ต้องแสดงเป็นสามีภรรยากัน จน พชร์ ต้องเปลี่ยนให้เป็นพี่น้องกันแทน

มีชื่ออยู่ในมหากาพย์แฉอย่างนี้ บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ จึงสอบถามไปยัง กอล์ฟ เบญจพล ถึงกรณีที่ จียอน ไม่ต้องการให้แตะตัว ร่วมถึงเหตุผลอะไรที่ไม่ยอมเล่นบทสามีภรรยา ซึ่ง กอล์ฟ กล่าวอย่างหลีกเลี่ยงดราม่า ว่าไม่มีอะไรจะพูดเรื่องนี้ เดี๋ยวอย่างไรรอพูดทีเดียว เดี๋ยวจะเข้าใจผิดกันไปมากกว่านี้ เมื่อถามว่าได้เคลียร์กับ จียอน ประเด็นนี้หรือยัง กอล์ฟ ก็ออกตัวว่า “ขออนุญาตนะ เรื่องนี้ขออนุญาตจริงๆ พี่ไม่ค่อยสะดวกใจจะพูดเรื่องนี้” ก็เอาเป็นว่าเรื่องนี้ก็เป็นปริศนาต่อไป ทำไม จียอน ต้องห้าม กอล์ฟ เบญจพล แตะตัว?

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปอแก้ว! เปิดบ้านชี้แจงโตอดีตพ่อสามี

ปอแก้ว! เปิดบ้านชี้แจงโตอดีตพ่อสามี

ยังตามกันต่อสำหรับประเด็น “ศึกแย่งลูกตระกูลไฮโซ” วันนี้ “คุณปอแก้ว” หรือ “มัลลิกา เรียนรู้” เปิดบ้านให้ทีมข่าวสายตรวจโซเชียลของเราได้เข้าไปดูความน่ารักของน้องต้องตาลูกสาวคนเล็ก   แล้วก็ได้ชี้แจงประเด็นต่างๆ ที่พ่อของอดีตสามีได้ออกมาให้สัมภาษณ์สื่อไปเมื่อวานนี้   โดยพ่อของอดีตสามีได้เล่าถึงปมแตกหักที่ทำให้เกิดศึกแย่งลูกในครั้งนี้ เป็นเพราะปอแก้วเองทะเลาะกับพี่สาวของอดีตสามี จึงตัดสินใจฉีกสัญญาข้อตกลงการเลี้ยงดู เราไปฟังคำชี้แจงในประเด็นนี้กัน"

เปลี่ยนสไตล์

โดน “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ว้ากใส่เรื่องชงรายงานสร้างความปรองดอง ทำเสียศูนย์ไปพักใหญ่

ถึงวันนี้ “เสรี สุวรรณภานนท์” ประธาน สปท.การเมือง ยังก้มต่ำเก็บตัวเงียบ ไม่ค่อยกล้าปริปากแสดงความเห็นทางการเมืองตามสไตล์ถนัด ต้องเปลี่ยนบท หันไปพูดเรื่องอื่น ไม่ให้เจ็บตัวเข้าเนื้อตัวเอง อย่างในช่วงประชุม สปท. 2-3 นัดที่ผ่านมา มามาดใหม่ หันไปมุ่งมั่นอภิปรายเน้นๆ เรื่องการปฏิรูประบบเศรษฐกิจ การสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว และการปฏิรูปการศึกษาพร้อมข้อมูลประกอบแน่นปึ้ก ไม่ได้แม่นแค่เรื่องการเมืองเพียงอย่างเดียวบรรยายได้เป็นฉากๆ หยิบข้อเท็จจริงเรื่องตัวเลข สภาพปัญหา และแนวทางแก้ไข ร่ายยาวให้เพื่อนสมาชิกได้ฟังอย่างลื่นไหลไม่มีติดขัด

ปลดปล่อยอารมณ์พูดได้เต็มที่ ไม่ต้องกลัวถูกใครเอ็ดอีก!!!

ไพโรจน์ โฉลกคงถาวร

Comments System

Disqus Shortname