รศ.นพ.พงษ์ศักดิ์ น้อยพยัคฆ์ กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการและพฤติกรรม เปิดเผยว่า พ่อแม่ที่มีลูกเล็กๆ มักเป็นห่วงว่าเวลาลูกอยู่โรงเรียนจะเป็นอย่างไร ทั้งเรื่องการรับประทานอาหาร การดื่มน้ำให้เพียงพอ รวมถึงการเจ็บป่วยบ่อยๆ เพราะเด็กมักใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับกิจกรรมเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ด้านต่างๆ ร่วมกับเพื่อนๆ ทำให้มีความเสี่ยงที่จะเจ็บป่วยจากการติดเชื้อจากเพื่อน หรือเป็นลมแดดจากการอยู่กลางแจ้ง ซึ่งโรคทางเดินหายใจดูจะเป็นปัญหาสุขภาพที่พ่อแม่เป็นกังวลอันดับต้นๆ ได้แก่ ภูมิแพ้ หวัด ไข้หวัด หลอดลมอักเสบ และปอดอักเสบ เพราะต้องใช้เวลานานกว่าจะหาย นอกจากนี้ ถ้าเด็กๆ ดื่มน้ำไม่เพียงพอ นอกจากส่งผลเสียต่อร่างกายแล้ว อาจส่งผลเสียต่อพัฒนาการหรือการเรียนรู้ของเด็ก ทั้งเรื่องไม่มีสมาธิในการเรียน ความจำไม่ดี ไม่คล่องแคล่ว และอารมณ์ไม่คงที่อีกด้วย
"อาการเหล่านี้ สามารถป้องกันได้ หรือหากเป็นแล้วก็สามารถบรรเทาได้ด้วยธรรมชาติบำบัดด้วยการดื่มน้ำคุณภาพในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายของเด็กในวัยเรียนประมาณ 6-8 แก้วต่อวัน โดยแนะนำให้จิบน้ำเรื่อยๆ ระหว่างวัน เริ่มตั้งแต่หลังตื่นนอน หลังมื้ออาหาร 3 มื้อ เติมความสดชื่นระหว่างช่วงพักเรียน ระหว่างทำกิจกรรมต่างๆ ระหว่างอ่านหนังสือ และก่อนเข้านอนเพราะน้ำเป็นส่วนประกอบของเซลล์ในร่างกาย หากได้รับในปริมาณที่เพียงพอก็จะช่วยสร้างสมดุลในร่างกาย เช่น เมื่อเป็นไข้ น้ำสามารถช่วยขับความร้อนออกมากับปัสสาวะ นอกจากการดื่มน้ำแล้ว การรับประทานอาหารให้มีประโยชน์ครบถ้วน 5 หมู่ การพักผ่อนและการออกกำลังกายอย่างเพียงพอก็เป็นเรื่องสำคัญ” ผู้เชี่ยวชาญ กล่าว
และเพื่อลดความกังวลของพ่อแม่ กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญฯ แนะเคล็ดลับดังนี้ เริ่มจาก ปลูกฝังให้ลูกดื่มน้ำเปล่าจนเป็นนิสัยตั้งแต่ยังเด็กๆ โดยพ่อแม่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดี คืนความสดชื่นให้ร่างกายด้วยการเตรียมน้ำดื่มให้ลูกพกติดตัวไปโรงเรียน ด้วยภาชนะที่พกพาสะดวก หรือกระติกน้ำลวดลายการ์ตูนดึงดูดความสนใจเด็ก เน้นย้ำให้คุณครูช่วยกระตุ้นให้เด็กดื่มน้ำระหว่างคาบเรียน พร้อมกับสอนให้เด็กๆ สังเกตตัวเองว่าดื่มน้ำเพียงพอหรือไม่อย่างง่ายๆ ด้วยการดูที่ผิวหนังว่า ผิวแห้งหรือปากแห้งหรือไม่ หากผิวแห้งปากแห้งควรรีบดื่มน้ำให้เพียงพอโดยทันที หรือดูจากสีของปัสสาวะหากสีเหลืองเข้มแสดงว่าได้รับน้ำไม่เพียงพอ สุดท้าย สอนให้ลูกเลือกรับประทานอาหารที่มีน้ำเป็นองค์ประกอบ เช่น นม ต้มจืด ข้าวต้ม หรือซุป เพื่อให้ได้รับน้ำและสารอาหารจากอาหารที่หลากหลาย

No comments:
Post a Comment